การเปลี่ยนนามสกุลและ/หรือ คำนำหน้าชื่อหลังการหย่า

ตามพระราชบัญญัติชื่อ พ.ศ. 2505 ปรับปรุง พ.ศ. 2530 มาตรา 13 หญิงไทยทุกคนต้องกลับมาใช้นามสกุลเดิมหลังการหย่า

การแจ้งบันทึกฐานะทางครอบครัวหลังการหย่า (คร. 22) ในประเทศไทย

  1. นำคำพิพากษาหย่าที่มีผลบังคับใช้แล้ว ไปให้ล่ามที่มีใบอนุญาตจากศาลแปลเป็นภาษาไทย และมอบสำเนาบัตรประชาชนหรือทะเบียนบ้านให้ล่ามด้วย 1 ชุด เพื่อให้ล่ามแปลชื่อ-นามสกุลของท่านให้ตรงกับบัตรประจำตัวประชาชน ล่ามต้องเย็บคำแปลภาษาไทยและต้นฉบับภาษาเยอรมันที่เป็นก็อปปี้ เข้าด้วยกันเป็น 1 ชุด พร้อมประทับตราและลงลายมือชื่อรับรองการแปลด้วย
  2. นำคำพิพากษาหย่าและคำแปล (เอกสารจากข้อ 1) มารับรองที่สถานกงสุลใหญ่ ฯ (ค่ารับรองเอกสาร 30 ยูโร) (ดูข้อมูลการรับรองคำพิพากษาหย่าที่ “การรับรองนิติกรณ์เอกสาร” link to Drop down 4
  3. นำคำพิพากษาหย่าและคำแปล (เอกสารจากข้อ 2) ที่รับรองมาจากสถานกงสุลใหญ่ ฯ ไปรับรองครั้งสุดท้ายที่ กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพ ฯ 10210 โทร. +66 (0) 2 575 1057-9, แฟกซ์ +66 (0) 2 575 1054
  4. นำคำพิพากษาหย่าและคำแปลที่รับรองจากกระทรวงการต่างประเทศ (เอกสารจากข้อ 3) ไปแจ้งนายทะเบียนที่เขต/อำเภอ ที่ท่านมีชื่อในทะเบียนบ้าน เพื่อขอให้บันทึกฐานะแห่งครอบครัวหลังการหย่าในประเทศไทย (คร. 22) และขอเปลี่ยนนามสกุลในทะเบียนบ้านภายหลังการสมรสตามสามีต่อไป หลังจากนั้นจึงนำทะเบียนบ้านไปติดต่อขอทำบัตรประจำตัวใหม่ บัตรประจำตัวประชาชนต้องไปทำด้วยตัวเองที่ประเทศไทยเท่านั้น ส่วนการแจ้งบันทึกฐานะทางครอบครัวหลังการหย่า สามารถมอบอำนาจให้ญาติพี่น้องไปดำเนินการให้ได้ (ดูข้อมูลการมอบอำนาจได้ที่ “หนังสือมอบอำนาจ” ) link to Drop down 5