การรับรองนิติกรณ์เอกสาร

วันเวลาทำการ :

ผู้ที่ประสงค์ขอรับรองนิติกรณ์เอกสาร สามารถยื่นคำร้อง (download แบบคำร้อง คำร้องนิติกรณ์รับรองเอกสาร)  พร้อมเอกสารที่สถานกงสุลใหญ่ ณ นครมิวนิก

ทุกวันจันทร์ ศุกร์ ยกเว้นวันหยุดของสถานกงสุลใหญ่ฯ (ดูประกาศวันหยุด ประกาศวันหยุดสถานกงสุลใหญ่ ณ นครมิวนิก ประจำปีพ.ศ. 2561)

ระหว่างเวลา 09:00 – 12:30 น.
โดยต้องยื่นคำร้องพร้อมเอกสารที่จะขอรับรองด้วยตนเอง หรือในกรณีที่มอบอำนาจให้ผู้อื่นนำมายื่น ต้องมี

หนังสือมอบอำนาจมาแสดง (ไม่รับคำร้องทางไปรษณีย์)

กรุณาติดต่อเพื่อนัดหมายที่หมายเลขโทรศัพท์  089 944677113      เวลาติดต่อ 14.00-17.00 น. 

 

ติดต่อสอบถาม

ที่สถานกงสุลใหญ่ ณ นครมิวนิก ที่อยู่ : Törringstraße 20, 81675 München ในเวลาทำการ หรือ

ทางโทรศัพท์ ที่หมายเลข +49 (0)89-944-677-113 ในวันทำการ เฉพาะเวลา 14:00 – 17:00 น. เท่านั้น

ทางอีเมล์ ที่ consular@thaiconsulate.de

 

……………………………………………………………………………………………………………….

 

ค่าธรรมเนียม

ค่ารับรองนิติกรณ์เอกสาร 15 ยูโร ต่อ 1 นิติกรณ์/รายการ  (รับชำระเป็นเงินสดเท่านั้น)

 

ชนิดของการรับรองนิติกรณ์เอกสาร

  1. การรับรองใบสำคัญเยอรมันพร้อมคำแปลภาษาไทย เพื่อนำไปใช้ที่ประเทศไทย เช่น เอกสารดังต่อไปนี้
  • ใบสำคัญการสมรสเยอรมันหรือสำเนาคัดจากทะเบียนการสมรสเยอรมัน (แบบหลายภาษา) พร้อมคำแปล
  • คำพิพากษาหย่าเยอรมัน พร้อมคำแปล
  • มรณบัตรเยอรมัน พร้อมคำแปล
  • ใบสำคัญการแปลงสัญชาติเป็นเยอรมัน พร้อมคำแปล

ก่อนนำเอกสารดังกล่าวข้างต้นไปแปลเป็นภาษาไทย จากล่ามภาษาไทยที่ได้รับอนุญาตจากศาล ต้องนำเอกสารดังกล่าวไปให้หน่วยงานราชการเยอรมัน อาทิ สำนักงานบริหารการปกครองของแต่ละรัฐที่เกี่ยวข้อง (Regierungspräsidium) หรือ ศาลประจำรัฐที่เกี่ยวข้อง (Landgericht) ทำการรับรอง (Legalisierung) ก่อน ดูรายละเอียดการรับรองเอกสารเพิ่มเติมได้ที่ “รายชื่อหน่วยงานราชการเยอรมันสำหรับการรับรองเอกสารราชการเยอรมัน”

หมายเหตุ  – เอกสารบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (Familenbuch) และ ใบรับรองการสมรส (Bescheinigung über die Eheschließung) ไม่สามารถนำมาใช้เป็นหลักฐานแทนใบสำคัญการสมรสได้

– คำพิพากษาหย่าเยอรมัน ต้องมีข้อมูลว่า คำพิพากษาหย่ามีผลบังคับใช้ ตั้งแต่เมื่อใด (โปรดสังเกตหากมีข้อความ “das Urteil ist seit ….. rechtskraeftig”)

– ทะเบียนหย่าเยอรมันที่ออกโดยศาลชั้นต้น (Amtsgericht) ในเยอรมนี จะต้องผ่านการรับรอง

ลายมือชื่อของเจ้าหน้าที่ศาลผู้ออกทะเบียนหย่าจากศาลแห่งรัฐ (Landgericht) ก่อน แล้วจึงนำไปแปลไปเป็นภาษาไทยกับล่ามที่ได้รับอนุญาตให้แปลเอกสารได้ต่อไป

  1. การรับรองเอกสารการค้าเยอรมัน (Free-Sale-Dokumenten)
  • เอกสารทางการค้าเยอรมัน (ทั้งที่เป็นภาษาเยอรมันหรือภาษาอังกฤษ) ต้องได้รับการรับรองจากหน่วยงาน

ราชการเยอรมันที่เกี่ยวข้องก่อน เช่น สำนักงานบริหารการปกครอง (Regierungspräsidium) หรือ ศาลประจำรัฐ (Landgericht)

  • สถานกงสุลใหญ่ฯ ไม่สามารถรับรองเอกสารทางการค้าเยอรมันที่ไม่ได้รับรองจากหน่วยงานราชการเยอรมัน

มาก่อน

  • หากเอกสารการค้ามีคำแปลภาษาอังกฤษหรือภาษาไทยด้วย ต้นฉบับกับคำแปลต้องเย็บติดกัน และ ล่ามผู้แปล

ต้องลงลายมือชื่อกำกับมุมที่เอกสารเย็บติดกันดัวย

  • หากเป็นคำแปลภาษาไทย ต้องเป็นคำแปลจากล่ามภาษาไทยที่ได้รับอนุญาตจากศาล ในกรณีนี้ไม่ต้องนำ

ลายมือชื่อของล่ามภาษาไทยไปให้โนตารี่พับลิคหรือศาลรับรองแต่อย่างใด สถานกงสุลใหญ่ฯ มีรายชื่อล่ามภาษาไทยที่ได้รับอนุญาตจากศาล

  1. เอกสารอื่นที่ออกโดยหน่วยงานเยอรมัน จะต้องผ่านการรับรองจากโนตารี่พับลิค และ ผ่านการรับรองจากศาลประจำ

รัฐ (Landgericht) ที่เกี่ยวข้องก่อน

  1. เอกสารจากประเทศอื่นที่ไม่ได้ออกให้โดยหน่วยงานเยอรมัน จะต้องได้รับการรับรองจากสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลใหญ่ไทยประจำประเทศนั้นๆ ก่อน
  2. การรับรองเอกสารราชการไทย (รับรองสำเนาถูกต้อง) มีและไม่มีคำแปล
  3. การรับรองลายมือชื่อประชาชนไทยที่มาลงนามในเอกสารต่อหน้าเจ้าหน้าที่สถานกงสุลใหญ่ฯ อาทิ หนังสือมอบอำนาจ หนังสือให้ความยินยอม เป็นต้น

 ……………………………………………………………………………………………………………….

การยื่นคำร้อง

  1. เอกสารทางราชการเยอรมัน อาทิ ใบสำคัญต่างๆ พร้อมคำแปล (ต้องยื่นคำร้องด้วยตัวเอง)
  • คำร้อง
  • เอกสารตัวจริงและคำแปล พร้อมสำเนา 1 ชุด
  • สำเนาหนังสือเดินทาง หรือ สำเนาทะเบียนบ้าน หรือ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ของผู้ยื่นคำร้อง 1 ชุด
  1. เอกสารทางการค้าเยอรมัน (เจ้าหน้าที่ของบริษัทเจ้าของเอกสารต้องมายื่นคำร้อง)
  • คำร้อง
  • เอกสารตัวจริงและสำเนา 1 ชุด
  • หนังสือจากบริษัท แจ้งความประสงค์ในการขอรับรองเอกสาร และระบุการมอบอำนาจให้เจ้าหน้าที่บริษัทเป็นผู้มายื่นคำร้อง
  • สำเนาเอกสารประจำตัวของเจ้าหน้าที่ผู้ยื่นคำร้อง อาทิ หนังสือเดินทาง บัตรพนักงานบริษัท เป็นต้น

ให้บริษัททราบ เจ้าหน้าที่บริษัทต้องมารับเอกสารด้วยตัวเอง หรือส่งบริษัทรับส่งของ (Kurier) มารับและต้องรับผิดชอบค่าจ่ายในการนี้เอง